ลดช่องว่างระหว่างแบบกับหน้างาน: วิธีเลือกทีมและคุมงบก่อนเริ่มก่อสร้าง

webmaster

건축 설계와 시공의 간극 줄이기 - Photorealistic Thai architect and construction supervisor in clean safety helmets reviewing a detail...

แบบสวยแต่สร้างจริงไม่ได้มักเกิดจากข้อมูลไม่ครบ การสื่อสารขาดตอน และขอบเขตงานไม่ชัด บทความนี้สรุปวิธีเชื่อมงานออกแบบกับผู้รับเหมา ตั้งแต่เอกสาร แบบวัสดุ งบสำรอง ไปจนถึงเกณฑ์เปรียบเทียบทีมก่อนตัดสินใจ

건축 설계와 시공의 간극 줄이기 관련 이미지 1

บทนำ:ช่องว่างระหว่างแบบกับหน้างานลดได้ด้วย เอกสารครบ ทีมรับผิดชอบชัด และการตรวจงานเป็นรอบ ไม่ใช่เลือกผู้รับเหมาจากยอดรวมในใบเสนอราคาเพียงอย่างเดียว
ก่อนเริ่มก่อสร้าง ควรประสานแบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง และแบบระบบให้สอดคล้องกัน พร้อมระบุวัสดุและขอบเขตงานให้ตรวจสอบได้
การจ้างสถาปนิกกับผู้รับเหมาแยกกัน หรือเลือกทีมออกแบบและก่อสร้างแบบบูรณาการ ต่างมีข้อดีตามลักษณะโครงการและวิธีบริหารของเจ้าของงาน
สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และรู้ว่าเรื่องใดต้องได้รับอนุมัติก่อนดำเนินการ
เมื่อขอใบเสนอราคาก่อสร้าง ควรเปรียบเทียบขอบเขต วัสดุ ปริมาณงาน และเงื่อนไข ไม่ใช่ดูตัวเลขสุดท้ายเพียงบรรทัดเดียว
บทความนี้ช่วยจัดลำดับสิ่งที่ควรเตรียม เพื่อให้ตัดสินใจเลือกบริการสถาปนิก ผู้รับเหมา และระบบบริหารโครงการได้รอบคอบขึ้น

สรุปแบบรวดเร็ว

  • แบบที่สร้างได้จริง ต้องประสานงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และระบบประกอบอาคารก่อนเริ่มงาน
  • ใบเสนอราคาที่เทียบกันได้ ต้องมีขอบเขตงาน วัสดุ ปริมาณงาน และเงื่อนไขที่ชัดเจน
  • การประชุมและตรวจหน้างานเป็นรอบ ช่วยพบจุดไม่ตรงแบบได้ก่อนกลายเป็นงานแก้ไขที่กระทบเวลาและงบ
เกณฑ์ตัดสินใจ จ้างแยกสถาปนิกและผู้รับเหมา ใช้ทีมออกแบบและก่อสร้างแบบบูรณาการ
การแบ่งหน้าที่ เจ้าของงานประสานระหว่างผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย มีทีมหลักชุดเดียวดูแลงานออกแบบและก่อสร้าง แต่ควรระบุผู้รับผิดชอบแต่ละส่วนให้ชัด
จุดเด่น เลือกผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านได้ตามความเหมาะสม และแยกบทบาทตรวจสอบได้ สื่อสารระหว่างแบบกับหน้างานได้ต่อเนื่องขึ้น หากทีมมีระบบประสานงานที่ชัดเจน
ข้อควรระวัง หากเอกสารไม่ครบหรือไม่มีผู้คุมการประสาน อาจเกิดการตีความต่างกัน ต้องตรวจขอบเขตบริการออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุมงาน และขั้นตอนอนุมัติให้ละเอียด
เหมาะกับ เจ้าของโครงการที่ต้องการเลือกทีมเป็นรายส่วน และพร้อมจัดระบบตัดสินใจ โครงการที่ต้องการลดจุดส่งต่องาน และต้องการผู้รับผิดชอบการประสานที่ชัดเจน
คำถามในใบเสนอราคา ใครประสานแบบ ใครตรวจงาน และข้อขัดแย้งระหว่างแบบจัดการอย่างไร แบบใดรวมในบริการแล้ว ใครอนุมัติวัสดุ และการเปลี่ยนงานคิดหรือบันทึกอย่างไร
Advertisement

ทำไมแบบที่อนุมัติแล้วจึงยังสร้างหน้างานได้ไม่ตรงกัน

แบบที่ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของงานอาจยังไม่พร้อมสำหรับการก่อสร้าง หากรายละเอียดระหว่าง แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง และแบบระบบประกอบอาคาร ยังไม่ประสานกันครบ การเห็นภาพรวมของอาคารไม่ได้หมายความว่าช่างทุกฝ่ายจะมีข้อมูลเพียงพอสำหรับทำงานในจุดเดียวกันได้ทันที

จุดขาดตอนระหว่างเจ้าของโครงการ นักออกแบบ วิศวกร และผู้รับเหมา

จุดขาดตอนมักเกิดเมื่อเจ้าของงานสื่อสารความต้องการผ่านหลายคน แต่ไม่มีข้อสรุปเป็นเอกสาร หรือเมื่อผู้รับเหมารับข้อมูลเพียงบางชุดโดยไม่มีรายการประกอบแบบและสเปกวัสดุรองรับ อีกกรณีคือมีการปรับแบบในระหว่างทำงาน แต่คำสั่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้รับการยืนยันให้ครบทุกฝ่าย ผู้ที่ทำงานต่อจึงอาจใช้ข้อมูลคนละเวอร์ชัน

ภาพสามมิติหรือโมเดล BIM อาจช่วยให้เห็นตำแหน่งที่งานแต่ละระบบชนกันก่อนลงมือจริงได้ แต่เครื่องมือจะมีประโยชน์เมื่อมีผู้ตรวจสอบและตัดสินใจแก้ประเด็นอย่างเป็นระบบ

ผลกระทบต่อเวลา งบประมาณ และคุณภาพงาน

การเปลี่ยนแบบระหว่างก่อสร้างอาจกระทบ งบประมาณ ระยะเวลา และลำดับงาน โดยเฉพาะเมื่อมีการทำงานส่วนถัดไปแล้ว เช่น ปิดผนัง ปูพื้น หรือติดตั้งระบบ การแก้ไขในภายหลังอาจต้องย้อนกลับไปกระทบงานที่เสร็จไปก่อนหน้า จึงควรทำให้จุดตัดสินใจสำคัญชัดก่อนสั่งวัสดุหรือปิดผิวงาน

สรุป 3 ขั้นตอนที่เริ่มทำได้ก่อนเซ็นสัญญา

  • รวบรวมแบบทุกสาขา และตรวจว่ามีจุดใดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่มีรายละเอียดก่อสร้าง
  • กำหนด ผู้รับผิดชอบการประสานแบบ ผู้มีอำนาจอนุมัติ และช่องทางยืนยันคำสั่งเปลี่ยนงาน
  • ขอใบเสนอราคาก่อสร้างจากข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้เปรียบเทียบขอบเขตงานได้อย่างเป็นธรรม
Advertisement

เปรียบเทียบรูปแบบจ้างงาน: แยกทีมออกแบบกับผู้รับเหมา หรือใช้ทีมบูรณาการ

ไม่มีรูปแบบใดเหมาะกับทุกโครงการ การเลือกควรเริ่มจากความซับซ้อนของอาคาร ความพร้อมในการตัดสินใจของเจ้าของงาน และความจำเป็นในการประสานงานระหว่างหลายระบบ มากกว่าจะเริ่มจากคำว่า “ครบวงจร” หรือ “ราคาต่ำกว่า” เพียงอย่างเดียว

ตารางเปรียบเทียบหน้าที่ จุดเด่น ข้อควรระวัง และความเหมาะสมของแต่ละรูปแบบ

หากจ้างแยก เจ้าของงานควรทำความเข้าใจว่าใครมีหน้าที่ตอบข้อสงสัยจากหน้างาน ใครทบทวนแบบ และใครยืนยันรายละเอียดวัสดุ ส่วนการใช้บริการออกแบบและก่อสร้างจากทีมเดียวกัน ควรถามให้ชัดว่าการประสานแบบ การควบคุมงาน และการตรวจรับอยู่ในขอบเขตบริการหรือไม่

สิ่งที่ควรเทียบคือระบบการทำงาน ไม่ใช่ชื่อรูปแบบการจ้างเพียงอย่างเดียว ทีมที่มีขั้นตอนประชุม บันทึกประเด็น และส่งข้อมูลยืนยันอย่างชัดเจน ช่วยให้เจ้าของงานติดตามการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เมื่อใดควรลงทุนกับการประสานแบบหรือผู้ควบคุมงานเพิ่ม

การเพิ่มบทบาทประสานแบบหรือผู้ควบคุมงานอาจควรพิจารณาเมื่อโครงการมีงานหลายระบบ มีวัสดุเฉพาะ มีข้อจำกัดของอาคารเดิม หรือมีหลายฝ่ายเข้าทำงานในช่วงเวลาใกล้กัน จุดประสงค์ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีงานแก้ แต่เพื่อให้ตรวจพบความไม่ชัดเจนได้เร็วและมีผู้รับผิดชอบในการติดตามประเด็น

วิธีอ่านใบเสนอราคาให้เทียบขอบเขตได้ ไม่ใช่ดูแค่ยอดรวม

ใบเสนอราคาที่ควรนำมาเปรียบเทียบต้องระบุ ขอบเขตงาน วัสดุ ปริมาณงาน และเงื่อนไข ให้เห็นตรงกัน ควรแยกดูว่ารายการใดรวมอยู่แล้ว รายการใดเป็นงานเพิ่ม-ลด และกรณีใดต้องรอการอนุมัติของเจ้าของงาน หากข้อเสนอหนึ่งระบุรายละเอียดน้อยกว่า ไม่ควรสรุปทันทีว่ามีต้นทุนต่ำกว่า เพราะอาจเป็นข้อมูลคนละขอบเขต

Advertisement

เอกสารที่ช่วยเปลี่ยน “ภาพในแบบ” ให้เป็นงานที่ตรวจรับได้

เอกสารก่อสร้างไม่ได้มีไว้เพื่อส่งต่อกันเท่านั้น แต่เป็นฐานสำหรับสั่งวัสดุ ตรวจงาน และตัดสินใจเมื่อพบปัญหาหน้างาน ยิ่งโครงการมีรายละเอียดมาก การกำหนดข้อมูลให้ตรวจสอบได้ก่อนเริ่มยิ่งสำคัญ

แบบก่อสร้าง รายการประกอบแบบ และสเปกวัสดุ

แบบก่อสร้างควรทำงานร่วมกับรายการประกอบแบบและ สเปกวัสดุ เพราะเส้นในแบบอาจไม่อธิบายคุณสมบัติ วิธีติดตั้ง หรือขอบเขตของแต่ละรายการได้ทั้งหมด เอกสารเหล่านี้ช่วยลดการตีความของผู้รับเหมา และทำให้เจ้าของงานมีหลักในการตรวจรับมากกว่าการดูภาพรวมเพียงอย่างเดียว

ตารางวัสดุ ตัวอย่างจริง และจุดที่ต้องอนุมัติก่อนสั่งซื้อ

ตารางวัสดุควรระบุว่าพื้นที่ใดใช้วัสดุใด และมีรายการใดต้องรอการยืนยันก่อนสั่งซื้อ ตัวอย่างจริงช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องพูดถึงวัสดุชิ้นเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารด้วยคำกว้าง ๆ เช่น “สีอ่อน” หรือ “ผิวด้าน” การอนุมัติควรเกิดก่อนการสั่งซื้อและก่อนเริ่มติดตั้งในส่วนสำคัญ

การกำหนดขอบเขตงานเพิ่ม-ลดและขั้นตอนอนุมัติการเปลี่ยนแปลง

ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าเมื่อมีการเปลี่ยนงาน จะบันทึกรายละเอียดอย่างไร ใครเป็นผู้อนุมัติ และผลต่อเวลา ลำดับงาน หรือขอบเขตจะถูกสื่อสารให้ใครบ้าง การเปลี่ยนแปลงที่ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานจากข้อสรุปเดียวกันได้มากขึ้น

Advertisement

ขั้นตอนประสานงานตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงส่งมอบ

การคุมงานก่อสร้างที่ดีไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาก่อน จังหวะตรวจที่เหมาะสมคือช่วงก่อนงานบางส่วนจะถูกปิดทับ เพราะหลังจากนั้นการเข้าถึงและแก้ไขอาจซับซ้อนขึ้น

ประชุมก่อนเริ่มงานเพื่อเคลียร์แบบ ลำดับงาน และผู้รับผิดชอบ

ก่อนเริ่มงาน ควรมีการประชุมเพื่อดูแบบชุดที่จะใช้จริง ลำดับงาน จุดรออนุมัติ วัสดุที่ต้องเตรียม และผู้รับผิดชอบคำถามแต่ละประเภท หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบ ควรสรุปให้ชัดก่อนเริ่มทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรปล่อยให้หน้างานตัดสินใจแทนข้อมูลที่ยังไม่ครบ

จุดตรวจหน้างานก่อนเทคอนกรีต ปิดผนัง ปูพื้น และติดตั้งระบบ

จุดตรวจสำคัญมักอยู่ก่อนงานที่ย้อนแก้ยาก ได้แก่ ก่อนเทคอนกรีต ก่อนปิดผนัง ก่อนปูพื้น และก่อนติดตั้งหรือปิดทับงานระบบ ช่วงเหล่านี้ควรตรวจความสอดคล้องกับแบบ ตำแหน่งงาน และรายละเอียดที่ต้องเห็นก่อนถูกปิดผิว การตรวจเป็นรอบช่วยให้ประเด็นถูกพบเร็วกว่าไปรอตรวจในวันส่งมอบ

건축 설계와 시공의 간극 줄이기 관련 이미지 2

บันทึกการประชุม ภาพหน้างาน และการยืนยันคำสั่งเปลี่ยนงาน

บันทึกการประชุมและภาพหน้างานช่วยให้ติดตามได้ว่าประเด็นใดพบเมื่อใด ใครรับผิดชอบ และข้อสรุปคืออะไร ส่วนคำสั่งเปลี่ยนงานควรยืนยันผ่านช่องทางที่ทีมตกลงกันไว้ เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง

Advertisement

แนวทางตามประเภทโครงการและระดับความซับซ้อน

บ้านต่อเติมหรือรีโนเวต: สำรวจของเดิมก่อนออกแบบ

งานต่อเติมและรีโนเวตควรเริ่มจากการสำรวจสภาพอาคารเดิม เพราะข้อจำกัดหน้างานอาจส่งผลต่อแนวทางออกแบบและลำดับก่อสร้าง ควรระบุส่วนที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมไว้ในขอบเขตงาน และหารือกับผู้มีวิชาชีพที่เกี่ยวข้องตามลักษณะโครงการ

บ้านสร้างใหม่: จัดการแบบระบบและวัสดุระยะยาว

บ้านสร้างใหม่มีโอกาสวางแผนงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และระบบไปพร้อมกัน ควรใช้ช่วงก่อนเริ่มงานตัดสินใจเรื่องตำแหน่งระบบ วัสดุ และรายละเอียดที่มีผลต่อการใช้งานระยะยาว เพื่อไม่ให้ต้องเปลี่ยนในระหว่างก่อสร้างโดยไม่จำเป็น

อาคารธุรกิจขนาดเล็ก: วางแผนเวลาเปิดใช้งานและงานระบบเป็นพิเศษ

อาคารธุรกิจขนาดเล็กควรพิจารณาลำดับงานที่เกี่ยวข้องกับการเปิดใช้งาน และประสานงานระบบประกอบอาคารอย่างรอบคอบ เพราะงานระบบอาจเชื่อมโยงกับพื้นที่ใช้งานหลายส่วน ควรตรวจสอบเงื่อนไขท้องถิ่น ใบอนุญาต และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

Advertisement

เลือกทีมและเปรียบเทียบข้อเสนออย่างไรให้คุมความเสี่ยงได้

การเลือกสถาปนิก ผู้รับเหมา หรือผู้ควบคุมงานควรมองทั้งความครบของเอกสาร วิธีสื่อสาร และกระบวนการรับผิดชอบ ไม่ควรตัดสินจากผลงานภาพรวม หรือยอดรวมในข้อเสนอเพียงอย่างเดียว

คำถามที่ควรถามสถาปนิก ผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงาน

  • แบบสาขาใดอยู่ในขอบเขตบริการ และใครเป็นผู้ประสานเมื่อข้อมูลขัดกัน
  • รายการประกอบแบบ สเปกวัสดุ และตารางวัสดุจะส่งมอบในรูปแบบใด
  • มีการประชุมหน้างานอย่างไร และใครจัดทำบันทึกการประชุม
  • งานเพิ่ม-ลดหรือการเปลี่ยนแบบมีขั้นตอนอนุมัติอย่างไร
  • มีจุดตรวจรับงานใดบ้างก่อนงานถูกปิดผิวหรือเดินระบบทับ

สัญญาณเตือนในใบเสนอราคาและกำหนดการก่อสร้าง

ควรพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อใบเสนอราคาไม่ระบุวัสดุ ปริมาณงาน หรือเงื่อนไขอย่างชัดเจน รวมถึงกรณีที่ไม่มีการระบุขอบเขตของงานที่ไม่รวมอยู่ในข้อเสนอ กำหนดการก่อสร้างก็ควรสะท้อนลำดับงานและจุดตัดสินใจ ไม่ใช่มีเพียงวันเริ่มและวันสิ้นสุดโดยไม่มีรายละเอียดการประสานงาน

เช็กลิสต์ตัดสินใจ: ราคา ความครบของแบบ ประสบการณ์ และระบบสื่อสาร

ก่อนเลือกทีม ให้ตรวจว่า ราคาอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน แบบและรายการประกอบแบบมีความครบเพียงใด ทีมมีประสบการณ์สอดคล้องกับประเภทงานหรือไม่ และมีระบบสื่อสารที่ทำให้เจ้าของงานเห็นสถานะการตัดสินใจได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ช่วยให้เปรียบเทียบบริการสถาปนิก–ผู้รับเหมาได้มีเหตุผลกว่าการดูราคาลำพัง

Advertisement

เกณฑ์เลือกและสรุปเพื่อเปรียบเทียบ

ก่อนขอใบเสนอราคาก่อสร้าง ให้ใช้เช็กลิสต์นี้ตรวจข้อมูล: แบบทุกสาขาประสานกันหรือยัง มีรายการวัสดุและขอบเขตงานชัดหรือไม่ ใครเป็นผู้ตอบคำถามจากหน้างาน มีขั้นตอนอนุมัติการเปลี่ยนงานหรือไม่ และมีจุดตรวจรับก่อนปิดผิวหรือเดินระบบหรือเปล่า หากกำลังเปรียบเทียบบริการออกแบบก่อสร้างหรือระบบบริหารโครงการ ให้ดูรายละเอียดขอบเขตบริการและเงื่อนไขในหน้าข้อมูลของแต่ละทีมก่อนตัดสินใจ

Advertisement

ส่งท้าย

แบบสวยเป็นจุดเริ่มต้น แต่แบบที่ใช้ก่อสร้างได้ต้องมีข้อมูลพอให้หลายฝ่ายทำงานร่วมกันได้จริง การลดช่องว่างระหว่างแบบกับหน้างานจึงเริ่มจากเอกสารที่ชัด ผู้รับผิดชอบที่ชัด และการตรวจงานตามจังหวะที่เหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบข้อเสนอโดยดูขอบเขตงานร่วมกับระบบสื่อสาร เจ้าของโครงการจะตัดสินใจได้รอบด้านขึ้น

Advertisement

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1) ภาพสามมิติหรือโมเดล BIM อาจช่วยให้เห็นจุดชนกันของงานก่อนก่อสร้าง
2) การประชุมหน้างานเป็นระยะช่วยให้พบความไม่ตรงแบบได้เร็วขึ้น
3) ตัวอย่างวัสดุและตารางวัสดุช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการตีความ
4) งานต่อเติมควรสำรวจอาคารเดิมก่อนออกแบบและกำหนดวิธีทำงาน
5) โครงการแต่ละประเภทอาจมีเงื่อนไขท้องถิ่นและผู้มีวิชาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องต่างกัน

ข้อควรระวังสำคัญ

ค่าออกแบบ ค่าควบคุมงาน และค่าก่อสร้างจริงแตกต่างตามพื้นที่ ขนาดอาคาร วัสดุ ความซับซ้อน และเงื่อนไขหน้างาน จึงไม่ควรใช้ข้อมูลทั่วไปแทนข้อเสนอเฉพาะโครงการ ไม่มีวิธีใดรับประกันได้ว่าจะไม่มีงานแก้ไขหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย ขอบเขตหน้าที่ ข้อกำหนดด้านใบอนุญาต และประเด็นทางกฎหมายควรยืนยันกับผู้ประกอบวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ควรจ้างสถาปนิกและผู้รับเหมาคนละราย หรือเลือกบริษัทออกแบบและก่อสร้างครบวงจรดีกว่า?

A1. ควรเลือกจากวิธีบริหารที่เหมาะกับโครงการ หากจ้างแยก ควรกำหนดผู้ประสานแบบและขั้นตอนตัดสินใจให้ชัด หากใช้ทีมบูรณาการ ควรตรวจว่าขอบเขตบริการออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงานครอบคลุมอะไรบ้าง สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกัน

Q2. ค่าออกแบบและค่าควบคุมงานเพิ่มคุ้มกับการลดงานแก้ไขระหว่างก่อสร้างหรือไม่?

A2. ความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับขนาด ความซับซ้อน และเงื่อนไขหน้างานของแต่ละโครงการ บทบาทด้านการประสานแบบและตรวจงานอาจช่วยให้พบประเด็นไม่ตรงแบบได้เร็วขึ้น แต่ไม่อาจรับประกันว่าจะไม่มีงานแก้หรือค่าใช้จ่ายเพิ่ม ควรขอรายละเอียดหน้าที่และเงื่อนไขบริการก่อนเปรียบเทียบ

Q3. ก่อนขอใบเสนอราคาก่อสร้าง ต้องเตรียมแบบและรายการวัสดุละเอียดแค่ไหน?

A3. ควรเตรียมให้เพียงพอสำหรับระบุขอบเขตงาน วัสดุ ปริมาณงาน และเงื่อนไขที่ต้องการเปรียบเทียบ ยิ่งข้อมูลชัด ผู้รับเหมาจะยิ่งตีความใกล้เคียงกัน และเจ้าของงานจะเทียบข้อเสนอได้ตรงประเด็นมากขึ้น หากยังมีรายการที่ตัดสินใจไม่ได้ ควรระบุไว้ให้ชัดว่าเป็นส่วนที่รออนุมัติหรืออาจมีการเปลี่ยนแปลง